กุญแจแห่งความสำเร็จ 7 ประการ

กุญแจแห่งความสำเร็จ 7 ประการ สำหรับนักธุรกิจ อาหารและบริการ

สำหรับกุญแจแห่งความสำเร็จ 7 ประการ นี้มีเพื่อให้ได้ศึกษาว่าการเปิดประตู สู่โลกของธุรกิจด้านอาหารและบริการ ที่ต้อง ฝ่าฟันเพื่อให้ได้มาซึ่งความสำเร็จนั้น ต้องมี องค์ประกอบใดบ้าง ให้คุณได้หันกลับมาดูว่า ตัวคุณนั้นมีครบหรือขาดสิ่งใดไปหรือเปล่า ทั้งนี้ก็เพื่อความสำเร็จของตัวคุณเอง

For the seven keys to success, have to study how to open the door. To the world of food business and services that need to be overcome in order to achieve that success Let you turn back and see that Are you missing or missing something? This is for your own success.

กุญแจแห่งความสำเร็จ 7 ประการ

กุญแจแห่งความสำเร็จประการที่ 1

Patience – ความอดทน

เคยมีคำกล่าวว่า Patience brings its own reward. ไม่ว่า จะประกอบธุรกิจการงานอาชีพใด หากคุณอดทนได้มากกว่า ย่อมได้ รับรางวัลแห่งความสำเร็จเป็นผลตอบแทนมากกว่าผู้ที่มีความอดทน น้อยกว่า หรือผู้ที่ไร้ซึ่งความอดทน และผู้ที่ทำธุรกิจด้านนี้จนประสบ ความสำเร็จก็มองเห็นความสำคัญในข้อนี้เป็นอันดับแรก

ธุรกิจการให้บริการ โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารและโรงแรม ต้องมีความอดทนสูง เพราะเป็นการทำงานที่ต่อเนื่องยาวนานนับ 10 ชั่วโมง บางครั้งคุณจะรู้สึกเหนื่อย รู้สึกเพลีย แต่คุณก็ต้องอดทนต่อ สถานการณ์และผู้คนโดยรอบ ทั้งต่อเพื่อนร่วมงานด้วยกัน หัวหน้า งาน และผู้ใต้บังคับบัญชา โดยเฉพาะต่อลูกค้าผู้มาใช้บริการ

เมื่อเกิดปัญหาหรือได้รับคำตำหนิจากใครก็ตาม การแก้ไข เหตุการณ์เฉพาะหน้าเป็นสิ่งสำคัญมาก หากคุณรับมือด้วยรอยยิ้ม คำขอโทษ และการแก้ปัญหาที่รวดเร็ว จะช่วยให้สถานการณ์ คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นได้

ที่สำคัญคือทุกสิ่งต้องมาจากใจ ไม่ใช่จากสมองสั่งการ ไม่ได้

เกิดจากการเสแสร้ง คุณต้องมีรอยยิ้ม คำขอโทษ และความอดทน

กุญแจแห่งความสำเร็จประการที่ 2

Attitude – ทัศนคติ

ทัศนคติเป็นสิ่งสำคัญต่อการทำงาน คุณต้องมีทัศนคติที่ดีต่อ องค์กร ต่ออาชีพ ต่อหัวหน้างาน หรือเพื่อนร่วมงาน ไม่ดูถูกอาชีพ ของตัวเอง ไม่ดูถูกหน้าที่ตัวเอง และไม่ดูถูกผู้อื่น การทำงานก็จะ ราบรื่นและสำเร็จลงได้ด้วยดี

เมื่อใดก็ตามที่เราทำงานด้วยทัศนคติที่ไม่ดี ผลของการ ทำงานก็จะออกมาไม่ดีตามไปด้วย ประสบการณ์เป็นสิ่งที่เราสร้างกัน ได้ สอนให้กันได้ แต่ทัศนคติเป็นสิ่งที่สอนกันยาก คุณต้องสร้างด้วยตัวของคุณเอง

กุญแจแห่งความสำเร็จประการที่ 3

Motivation – แรงจูงใจ

ต้องมีแรงจูงใจในการทำงาน ไม่ใช่ทำงานเพื่อให้หมดหน้าที่ ต้องมีแรงจูงใจทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมาย เช่น เพื่อให้กิจการเติบโตขยายสาขา เพื่อให้ได้รับสิ่งตอบแทนเป็นคําชมจาก ลูกค้า ฯลฯ สิ่งต่างๆ เหล่านี้อาจมองดูเหมือนเป็นการหวังผล ประโยชน์ หรือเป็นการติดสินบนให้ตนเอง แต่ในการทำงานคุณต้อง สร้างแรงจูงใจเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่า เพื่อความก้าวหน้า ของตัวคุณเอง

กุญแจแห่งความสำเร็จประการที่ 4

Ambition – ความทะเยอทะยาน

ความทะเยอทะยานในขอบข่ายที่พอดีและเหมาะสม นับเป็น สิ่งที่ดีในการทำงาน เพราะความทะเยอทะยานจะเป็นแรงขับให้เรา พบกับความสำเร็จ หากคุณมีความทะเยอทะยานในอาชีพ ในสาย งานที่ทำ มีการแข่งขันในระหว่างเพื่อนร่วมงานหรือคู่แข่งทางการค้า มีความปรารถนาที่จะก้าวหน้าและประสบความสำเร็จ ก็จะเป็นแรง ขับเคลื่อนให้ประสบความสำเร็จยิ่งๆ ขึ้นไป ทั้งของตนเอง ของหน่วย งาน และขององค์กร

กุญแจแห่งความสำเร็จประการที่ 5

Dedication – อุทิศตน

ในการทำงานเราต้องอุทิศตนต่อหน้าที่การงาน ไม่ใช่ทำเพียง เพื่อหวังผลกำไรหรือค่าจ้างตอบแทนเท่านั้น แต่ต้องมีความตั้งใจมุ่งมั่น และทุ่มเทในการทำงานไม่ว่าอยู่หน้าที่ตำแหน่งหน้าที่ใดเราต้อง ทำให้เต็มที่ เต็มกำลังความสามารถ ต้องอุทิศตนในการทำงานให้ได้เต็ม 100% หรือเกิน 100% ให้ได้มากกว่าที่ผู้คนคาดหวัง เพราะ หมดทั้งมวลแล้วผลดีจะเกิดต่อตัวคุณเองทั้งสิ้น

กุญแจแห่งความสำเร็จประการที่ 6

Interest in People – ใส่ใจในผู้คน

ผู้คนที่เราทำงานด้วยมีความสำคัญต่อการทำงานของเรามาก น้อยต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน หรือผู้ใต้บังคับบัญชา คุณ ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนรอบกาย ต้องเต็มใจที่จะช่วยเหลือเมื่อเกิด ปัญหา หรือเมื่อคนเหล่านั้นมีความต้องการ อย่าถือว่าไม่ใช่หน้าที่ เพราะหน้าที่ของผู้ให้บริการคือต้องทำงานกันเป็นทีม

ทุกคนล้วนเป็นฟันเฟืองสำคัญต่อองค์รวมของธุรกิจทั้งสิ้น โดยเฉพาะธุรกิจนี้มีการแข่งขันกันสูงมาก ในระหว่างร้านอาหารหรือ โรงแรมระดับเดียวกัน ที่สำคัญที่สุดคือลูกค้าผู้มาใช้บริการ หากคุณ อยู่ในธุรกิจด้านบริการ คุณต้องเต็มใจที่จะให้บริการ และดูแลในส่วนนี้ให้มากเพราะถือเป็นหน้าตา เป็นปราการด่านแรกที่จะทำให้ธุรกิจ เกิดความน่าประทับใจ ควรใส่ใจที่จะดูแลลูกค้าผู้มาใช้บริการให้ได้รับความพึงพอใจมากที่สุด

กุญแจแห่งความสำเร็จประการที่ 7

Interest in Food & Beverage- ใส่ใจในเรื่องอาหารและเครื่องดื่ม

อาหารและเครื่องดื่มคือองค์ประกอบสำคัญของธุรกิจนี้ ผู้ที่ อยู่ในแวดวงธุรกิจไม่ว่าตำแหน่งหน้าที่ใด ควรมีความสนใจและใฝ่รู้ ในเรื่องเหล่านี้ ต้องใส่ใจในรายละเอียด และทำความเข้าใจให้ได้มาก ที่สุด เพื่อให้คำแนะนำและให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ลูกค้าผู้มาใช้บริการ

บางครั้งลูกค้ามีข้อจำกัดเฉพาะตัวทั้งเรื่องสุขภาพ การ รับประทานอาหารก็จะมีข้อจำกัดตามไปด้วย เช่น แพ้อาหารทะเล แพ้ผงชูรส แพ้แอลกอฮอล์ ฯลฯ เราต้องใส่ใจในรายละเอียดว่า อาหารชนิดใดมีส่วนผสมอะไรบ้าง จะมีผลข้างเคียงต่อลูกค้าหรือไม่

ประเทศไทยมีความหลากหลายด้านอาหาร เราต้องทำความ เข้าใจในอาหารท้องถิ่น และนำเสนอให้สอดคล้องกับความต้องการ ของลูกค้า โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เราต้องสร้างความแตกต่างใน ระหว่างร้านอาหารระดับเดียวกัน

ที่สำคัญความประทับใจของลูกค้าคือหน้าที่ของเรา และคุณ สามารถสร้างความประทับใจในความโดดเด่นแปลกตากับการนำ เสนออาหารและเครื่องดื่ม ที่ผ่านความคิดสร้างสรรค์ของร้านอาหาร คุณเองได้ เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจประสบความสำเร็จผ่านความคิดใหม่ๆ ที่ลงตัวนี้ได้ด้วยตัวคุณเอง

เนื่องจากจุดขายของร้านอาหารสมัยนี้ จะเน้นไปที่ความ แตกต่างด้านการบริการ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่ม รสชาติอาหาร การ ตกแต่งล้วนต้องถูกวางแผนมาเป็นอย่างดี เพื่อให้สามารถนำเสนอเป็นจุดแข็งได้

อย่าลืมว่ากิจการจะสำเร็จต้องมีจุดแข็งทั้ง 7 ข้อนี้ หากไม่มีก็ เท่ากับว่าธุรกิจของคุณอาจจะอยู่ได้อีกไม่นาน ฉะนั้นคุณต้องมีกุญแจ แห่งความสำเร็จ 7 ประการนี้ไว้ติดตัว ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของกิจการ ลูกน้อง หรือเพื่อนร่วมงานที่ทำงานอยู่ในสายงานเดียวกันนี้ก็ตาม

กุญแจแห่งความสำเร็จ 7 ประการ

ขอบคุณรูปภาพ : Google

แนะนำติชมได้ที่ : chuyenhot.com

ส่วน ข้อด้อย ของการมีหุ้นส่วน

ส่วน ข้อด้อย ของการมีหุ้นส่วน คือ

การเป็นหุ้นส่วนหมายถึงการแบ่งรับหนี้สินด้วย หากห้าง ของคุณถอนตัวออกไป นั่นหมายความว่าคุณต้อง ทั้งหมด ไม่ใช่ครึ่งเดียวหรือบางส่วน

Being a partner means sharing debt if your department withdraws. That means you must be all, not half or part.

การเป็นหุ้นส่วนหมายถึงการที่คุณต้องแบ่งกำไร Partnership means that you have to divide profit.

ไม่มีอำนาจเด็ดขาดในการบริหารธุรกิจ ต้องขอความคิดเห็น ของผู้อื่นในการตัดสินใจ ซึ่งบางที่อาจนำไปสู่การทะเลาะได้ There is no absolute authority in business management. Must ask for feedback Of others in making decisions Which may lead to some controversy

ความสัมพันธ์ฉันเพื่อนอาจไม่ราบรื่นในความสัมพันธ์แบบ หุ้นส่วน เหมือนดังคำคมของจอห์น ดี ร้อกกี้เฟลเลอร์ที่ว่า “มิตรภาพ ที่เกิดบนเส้นทางธุรกิจ ดีกว่าธุรกิจที่เกิดขึ้นบนเส้นทางมิตรภาพ”

My friend’s relationship may not be smooth in a partnership relationship, like John D. Rockefeller’s quote, “Friendship is on the business path. Better than a business that happens on a friendship route. ”

หากธุรกิจประสบความสำเร็จ ต้องทำใจไว้ก่อนเลยว่าเงิน ทองที่ไหลมาเทมาไม่ใช่ของคุณคนเดียว If the business is successful Must make sure that money The gold that flows is not yours alone.

ความคิดเห็นที่ต่างกันสุดขั้วระหว่างคุณและหุ้นส่วน อาจ ทำให้การตัดสินใจทำได้ลำบาก แถมดีไม่ดีคุณอาจเสียอำนาจการ ตัดสินใจ หากว่าหุ้นส่วนของคุณมีชั้นเชิงทางธุรกิจสูงกว่าคุณ Extremely different opinions between you and your partner may make decisions difficult. Plus, you may lose your decision-making power if your partner has a higher business tactic than you.

นอกเหนือจากเงินทอง เรื่องของชื่อเสียงก็เป็นสิ่งที่ต้องแชร์ หากธุรกิจของคุณเกิดประสบความสำเร็จจนเป็นที่กล่าวขาน ถึง

โปรเจ็คต์ที่ว่าอาจเกิดจากความคิดของคุณล้วนๆ เลยก็ตาม

เลือกหุ้นส่วนผิด มีสิทธิ์ที่จะทำให้ธุรกิจล่มจมได้เหม เพราะเขาจะมีส่วนในการตัดสินใจเฉกเช่นเดียวกับคุณ เพราะ จะรับเข้าใครมาต้องคิดให้รอบคอบที่เดียว

คุณเอาจะต้องเสี่ยงกับการทะเลาะเบาะแว้งและเสียธุรกิจไป ในกรณีที่คุณเกิดเข้ากันไม่ได้กับหุ้นส่วน และเขาเกิดมีจำนวนหุ้น มากกว่าคุณ (ซึ่งอาจเกิดจากการแอบไปซื้อหุ้นจากทางอื่นมาเพิ่มโดยที่คุณไม่รู้)

ซึ่งไม่ว่าอะไรมันย่อมมีทั้งข้อดีข้อเสีย หากแน่ใจแล้วว่าคุณ ต้องการมีหุ้นส่วนในธุรกิจครั้งนี้สิ่งที่ขอแนะนำให้พิจารณาคือ คุณ และหุ้นส่วนควรมีนิสัยในการทำงานที่ใกล้เคียงกัน เช่น ชอบมา ทำงานแต่เช้า ใส่ใจในรายละเอียด และควรมีมุมมองในการบริหาร งานที่คล้ายคลึงกัน เพราะมันจะช่วยให้การทำงานร่วมกันราบรื่นขึ้น

อีกส่วนที่คนทั่วไปมักคิดถึงก่อนมีหุ้นส่วนคือ คุณและเขาควร จะมีข้อเด่นข้อด้อยในเรื่องเดียวกัน หรือต่างกัน ข้อนี้ขอบอกว่าขึ้น อยู่กับคุณว่าต้องการแบบไหน การที่คุณและหุ้นส่วนมีความสามารถ ในงานต่างชนิดกัน จะช่วยให้คุณสามารถแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ ในงานชนิดต่างๆ ซึ่งอาจทำให้การบริหารจัดการกับปัญหาทำได้ดี กว่ามาร่วมกันทำก็ได้

นอกจากนี้ความสามารถที่ต่างกัน ทำให้คุณมีผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ซึ่งจะช่วยชี้ขาดในการตัดสินใจด้านนั้นๆ ได้ง่ายขึ้น โดยไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างกัน

แต่การที่คุณและหุ้นส่วนมีความสามารถในงานที่คล้า กัน ก็เปรียบเสมือนคุณได้เพื่อนคู่คิดที่ทำงานประสานไปใน เดียวกัน แถมเขายังช่วยดูแลงานแทนได้ดีกรณีที่คุณไม่อยู่ โดยไม่ว่า จะเป็นแบบไหน ประเด็นสำคัญคือคุณและเขาทำงานร่วมกันได้ดีแค่ ไหนนั่นเอง

หากว่าคุณเป็นคนชอบทำงานคนเดียวก็ให้ระวัง เพราะยิ่ง คุณทำงานคนเดียว คิดคนเดียว ตัดสินใจคนเดียวมานานแค่ไหน คุณ ก็ยิ่งจะรับสภาพที่ต้องรับฟังความคิดคนอื่นได้ยาก

นอกจากนี้แล้วหุ้นส่วนบางท่านอาจไม่ได้ทำงานหนักเท่าคน อื่น แต่ต้องการจะได้ผลตอบแทนเท่ากัน หากระดับความอดทนของ คุณไม่มากพอที่จะรับความไม่เท่าเทียมกันแบบนี้ล่ะก็ คุณก็ไม่ควรมีหุ้นส่วน

การเป็นหุ้นส่วนบริษัทก็เหมือนการแต่งงาน คุณควรจะใช้ เวลาและพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนจะตัดสินใจเลือก คำถามต่อไป นี้จะช่วยคุณตัดสินใจดีขึ้น

คุณกับเขามีเป้าหมาย แรงกระตุ้น และสไตล์การทำงาน เหมือนกันหรือไม่

คุณกับเขามีมุมมอง วิสัยทัศน์ ความคิดริเริ่ม และ วัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจเหมือนกันหรือไม่ ทักษะและจุดแข็งของแต่ละคน เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน หรือไม่

คุณกับเขาคุยกันแล้วรู้สึกสบายใจ น่าคบหา และให้ความ เคารพต่อกันใช่หรือไม่

คุณรู้สึกว่าคุณไว้ใจคนๆ นี้ได้ใช่หรือไม่

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังคิดๆ ไว้ว่าจะทำธุรกิจกับเพื่อน หรือญาติ พึงระวังไว้ว่าการเข้ากันได้ดีกับคนๆ หนึ่งในสังคม กับการ อากันได้เมื่อต้องเจอความเครียดและเหนื่อยล้าจากการทำธุรกิจนั้นมันคนละเรื่องกัน

มีเพื่อนที่เสียเพื่อนเพราะธุรกิจมานัก ต่อนักแล้ว การเป็นหุ้นส่วนนั้นเข้าง่ายกว่า ออก หากคุณต้องการป้องกันปัญหาที่อาจ เกิดขึ้น ขอแนะนำให้คุณเขียนหน้าที่และความ รับผิดชอบของหุ้นส่วนแต่ละคนให้ชัดเจนใน สัญญา เช่น ใครจะรับผิดชอบเรื่องการ ตัดสินใจเรื่องเงิน จะลงทุนเท่าไหร่ ใครได้ ประโยชน์ แบ่งผลประโยชน์อย่างไร และใครจะ ตัดสินใจหากการบริหารธุรกิจแบบ “หุ้นส่วน”มันไปไม่รอด

คุณควรปรึกษานักบัญชีและนัก กฎหมายตั้งแต่เริ่มร่างสัญญา ที่สำคัญคือ ไม่ต้องเร่งรีบ ให้ใช้เวลาไตร่ตรองให้ดี อย่าง ที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น หุ้นส่วนเหมือนการแต่งงาน จะแต่งกับใครสักคน คุณก็ควรจะอยู่กับเขา ให้ได้นานที่สุด หรืออยู่ให้ได้ตลอดไป

You should consult an accountant and a professional. The law from the beginning of the contract is important not to rush. To spend time pondering as described above Partners like marriage Will dress up with someone You should be with him. As long as possible Or stay forever

ส่วน ข้อด้อย ของการมีหุ้นส่วน 

ขอบคุณรูปภาพ : Google

แนะนำติชมได้ที่ : chuyenhot.com

รอบรู้เรื่องของ หุ้นส่วน

รอบรู้เรื่องของ หุ้นส่วน

องค์ประกอบหลักในการทำธุรกิจที่ สำคัญอย่างหนึ่ง ที่ผู้เริ่มต้นจะทำธุรกิจหรือผู้ ที่กำลังทำธุรกิจอยู่จะต้องนำมาพิจารณาคือ “รูปแบบองค์กรธุรกิจ” ซึ่งอาจจะแบ่งได้ หลายประเภท คือกิจการของคนๆ เดียว และห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทจำกัด

Key elements in doing business at One important thing That beginners will do business or Which is doing business must be considered “Form of business organization” which may be divided into several categories, namely the business of one person and partnership Or limited company

ลักษณะของธุรกิจที่เหมาะกับการเริ่ม ต้นการเป็นเจ้าของกิจการร้านอาหารด้วยตัว เอง คือองค์กรในรูปแบบกิจการของคนๆ เดียว และห้างหุ้นส่วนนั่นเอง เรามาเรียนรู้ รายละเอียดรูปแบบองค์กรธุรกิจก่อนเริ่ม ประกอบกิจการกันเลย

กิจการของคนๆ เดียว

กิจการของคนๆ เดียวเป็นกิจการที่บุคคลคนเดียวเป็นเจ้าของ บุคคลผู้นั้นเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดการงาน ในเรื่องเงินทอง และหนี้สินแต่เพียงผู้เดียว

หากการค้ามีกำไร กำไรนั้นก็จะตกเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้ เดียว ถ้ากิจการขาดทุนเจ้าของก็ขาดทุนแต่เพียงผู้เดียว เจ้าของ ทรัพย์สินจะรับผิดชอบเองทั้งหมด

ถ้าดำเนินกิจการต่อไปไม่ไหวหรือเสียชีวิตลง กิจการนั้นก็เป็นอันสิ้นสุดลง กิจการของคนๆ เดียวมักจะเป็นกิจการการค้าขานาดเล็กๆเป็นต้น

ห้างหุ้นส่วน

สำหรับห้างหุ้นส่วนก็คือองค์กรในการประกอบกิจการค้ารูป หนึ่ง ที่บุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปทำสัญญาตกลงที่จะกระทำ กิจการร่วมกัน ด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไร อันได้แก่กิจการที่ทำนั้น ลักษณะของห้างหุ้นส่วน ได้แก่ สัญญาซึ่งบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกันด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไร อันจะได้แก่กิจการที่ทำนั้น และห้างหุ้นส่วนมี 2 ประเภท คือ ห้างหุ้นส่วนสามัญ และห้างหุ้นส่วนจำกัด

ห้างหุ้นส่วนสามัญ คือองค์กรในการประกอบกิจการค้ารูป แบบหนึ่งซึ่งมีลักษณะเป็นสัญญาซึ่งบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปตกลง น้ำเงิน ทรัพย์สิน หรือแรงงานมาลงทุนร่วมกัน เพื่อกระทำกิจการ ร่วมกัน ด้วยประสงค์จะแบ่งกำไรอันจะได้แก่กิจการที่ทำนั้น และหุ้นส่วนทั้งหมดทุกคนต้องรับผิดร่วมกัน เพื่อรับผิดชอบหนี้ ทั้งปวงของห้างหุ้นส่วนโดยไม่มีจำกัด

การจัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญ การยื่นคำขอจัดตั้งห้างหุ้น วนสามัญ (ไม่จดทะเบียน) หากสถานที่ประกอบการของห้างฯ ในเขตกรุงเทพมหานคร ยื่นได้ที่สำนักงานเขตที่สถานประกอบ

การนั้นตั้งอยู่ หากสถานประกอบการของห้างฯ ตั้งอยู่ในจังหวัดอื่นยื่นได้ที่ที่ว่าการอำเภอที่ห้างฯ ตั้งอยู่

ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน การจดทะเบียนห้างหุ้น ส่วนสามัญมีวิธีการอย่างเดียวกับการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด สถานที่ยื่นขอจดทะเบียนคือ หากสำนักงานของห้างฯ ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมาหานคร ให้ยื่นจดทะเบียนได้ที่ส่วนจดทะเบียนธุรกิจกลาง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ชั้น 9 ถนนนนทบุรี 1 จังหวัดนนทบุรี หรือที่ สำนักงานบริการจดทะเบียนทั้ง 7 แห่ง และหากสำนักงานตั้งอยู่ใน จังหวัดอื่น ให้ยื่นจดทะเบียนได้ที่สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้า จังหวัดที่สำนักงานตั้งอยู่

ห้างหุ้นส่วนจำกัด คือองค์กรในการประกอบกิจการค้ารูปแบบหนึ่ง ซึ่งเหมาะสมกับกิจการค้าขนาดกลางและขนาดย่อม โดย การจัดตั้งต้องจดทะเบียน และมีสถานะเป็นนิติบุคคลและลักษณะ ของห้างหุ้นส่วนจำกัด คือมีหุ้นส่วนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป หุ้นส่วนแบ่ง เป็น 2 จำพวก คือไม่จำกัดความรับผิดในหนี้ของห้างหุ้นส่วนจำกัด กับหุ้นส่วนจำกัดความรับผิดชอบในหนี้ของห้างหุ้นส่วนจำกัดไม่เกิน จำนวนเงินที่ตนลงทุน หุ้นส่วนทุกคนต้องมีเงิน ทรัพย์สิน หรือ แรงงานมาร่วมลงทุน และมีความประสงค์จะแบ่งปันกำไรที่ได้มาจาก การร่วมกันประกอบกิจการการค้า

การจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัดแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 ทำความตกลงระหว่างผู้เป็นหุ้นส่วนในเรื่องสำคัญๆ

ขั้นตอนที่ 2 ขอตรวจสอบและจองชื่อห้างหุ้นส่วนจำกัด

ขั้นตอนที่ 3 จัดทำคำขอจดทะเบียนและเอกสารประกอบ

ขั้นตอนที่ 4 ยื่นขอจดทะเบียน

การเลือกหุ้นส่วนเพื่อร่วมทำธุรกิจนั้น ถ้าผู้ประกอบการ เลือกหุ้นส่วนผิด โอกาสที่จะประสบความล้มเหลวก็มีสูง เพราะถ้า กิจการไปได้ดี หุ้นส่วนอาจแย่งผลประโยชน์กันเอง หรือถ้ากิจการ ล้มเหลว หุ้นส่วนอาจจะโทษกันไปโทษกันมา

ดังนั้นก่อนเริ่มทำธุรกิจ ผู้ประกอบการทุกคนควรศึกษา หุ้นส่วนที่ต้องการจะเข้าร่วมให้ดีก่อน เพราะการเลือกหุ้นส่วนนั้นมี ความสำคัญกับการทำธุรกิจเป็นอย่างมาก

หลักการเลือกหุ้นส่วนนั้นควรเลือกหุ้นส่วนที่มีความสามารถ แตกต่างกันมาบริหารงาน เช่น คนที่มีความชำนาญด้านการตลาด ผู้ประกอบการอาจนำมาวางแผน วิเคราะห์ยอดขาย คนที่มีความ ชำนาญทางด้านการเงิน ผู้ประกอบการก็อาจให้จัดทำบัญชี งบประมาณต่างๆ เป็นต้น และเลือกหุ้นส่วนที่สามารถทุ่มเทกับงาน – สามารถรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ที่สำคัญควรเลือกหุ้นส่วน เราเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ และสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆให้คลี่คลายลงได้

หลังจากเลือกหุ้นส่วนได้ตามต้องการแล้ว สัดส่วนในการ หุ้นถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผู้ประกอบการต้องใส่ใจ ผู้ประกอบการทั้งหลายมักไว้ใจกับหุ้นส่วนของตน และกำหนดสัดส่วนในการ เท่าๆ กัน ผลที่ตามมาคือหุ้นส่วนจะปัดความผิดรับชอบให้กัน อ แต่ละคนมีธุรกิจหลักของตนเองอยู่แล้ว ธุรกิจที่คิดขึ้นมาใหม่ก็กลา เป็นธุรกิจเสริม ดังนั้นสัดส่วนการถือหุ้นจึงควรมีหุ้นส่วนหลักเป็นแกนไว้

สิ่งสำคัญในการจัดสัดส่วนการถือหุ้นคือผู้ประกอบการจะ ต้องศึกษาข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับการลงทุนดำเนินธุรกิจ ในกรณีที่เงิน ลงทุนไม่เพียงพอ ผู้ประกอบการต้องพิจารณาว่าจะระดมเงินทุนจาก ที่ใด และหุ้นส่วนแต่ละคนที่ถือหุ้นอยู่ตามสัดส่วนต่างๆ มีสิทธิ์ อย่างไร ผู้ประกอบการจะต้องเปิดหนังสือกฎหมายดูอย่างละเอียด และตัดสินใจอย่างถี่ถ้วนเพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นใน ภายหลัง

ในชีวิตจริงการทำธุรกิจแบบหุ้นส่วนโดยที่ไม่ได้วางแผนไว้ อย่างดีนั้น มักจะจบหรือฟังในไม่ช้า แต่หากวางแผนและไตร่ตรอง อย่างดีแล้ว หุ้นส่วนจะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จได้อย่างไม่ต้อง สงสัย

จากผลการสำรวจในต่างประเทศพบว่า การบริหารธุรกิจ แบบหุ้นส่วนจะอยู่รอดนานกว่าธุรกิจที่บริหารคนเดียว การบวก ทั้งสองแบบมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่แบบไหนจะเหมาะกับคุณ

ข้อดีของการมีหุ้นส่วน คือ

หุ้นส่วนช่วยแบ่งรับค่าใช้จ่ายตอนเริ่มธุรกิจ

หุ้นส่วนช่วยแบ่งงานและความรับผิดชอบ

หุ้นส่วนช่วยแบ่งรับความเสียงทางธุรกิจ

หุ้นส่วนช่วยในการระดมพลังสมองและทักษะต่างๆ ที่จะเอื้อ ให้บริษัทประสบความสำเร็จได้ ซึ่งดีกว่าหัวเดียว การที่มีคนมาร่วม หุ้นไม่ได้หมายถึงแค่ตัวเงิน แต่มันหมายรวมไปถึงว่าคุณจะมีคนช่วยคิด ช่วยตัดสินใจ ในขณะที่มุมมองของคนหนึ่งคนอาจไม่ครอบคลุม การ มีหุ้นส่วนคนที่สองหรือสามเข้ามา มันหมายถึงว่าคุณจะได้มุมมองใน การทำธุรกิจที่กว้างขวางกว่าเดิม และในกรณีที่คุณพลาดพลั้ง การมี หุ้นส่วนก็หมายถึงยังมีอีกคนที่ยังอยู่ และพร้อมจะลุกขึ้นมาช่วยเหลือ กัน

หุ้นส่วนช่วยสนับสนุน และกระตุ้นการทำงานซึ่งกันและกัน

หุ้นส่วนคือการที่มีคนมาร่วมแชร์ภาระความรับผิดชอบ ซึ่ง นั่นก็หมายถึงว่าคุณจะมีเวลาสำหรับการเที่ยวพักผ่อน หรือเข้ารับ การรักษาอาการเจ็บไข้ได้ป่วยโดยไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง

หุ้นส่วนคือการมีเพื่อนร่วมงานที่กระตือรือร้น ไม่ใช่แค่ พนักงานที่ทำงานไปวันๆ เพื่อรอรับเงินเดือน

หากคุณขาดคุณสมบัติบางข้อในการทำธุรกิจ การมีหุ้นส่วนที่ ในเรื่องดังกล่าว ย่อมทำให้การบริหารงานสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

การมีหุ้นส่วน คือมีคนช่วยแชร์เงินทุนและความเสียงในกรณีที่ธุรกิจไม่ทำรายได้อย่างที่หวัง

รอบรู้เรื่องของ หุ้นส่วน

ขอบคุณรูปภาพ : Google

แนะนำติชมได้ที่ : chuyenhot.com

แผนการ เพื่อนักธุรกิจมือใหม่ เรียนรู้ก่อนถึงวิกฤติ

แผนการ เพื่อนักธุรกิจมือใหม่ เรียนรู้ก่อนถึงวิกฤติ

ขยันและเอาใจใส่ในงานให้มากกว่าช่วงที่ไม่มีวิกฤติการณ์ หลายเท่า

Diligent and caring for the job more than many times without crisis

ตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ให้เร็วขึ้น และถ้าเห็นว่าสิ่งที่ตน ตัดสินใจนั้นไม่ถูกต้อง ก็ต้องรีบแก้ไขปรับปรุงโดยเร็ว

Decide on various issues faster and if they see that their things That decision is wrong. Must hurry to fix, improve quickly

ใกล้ชิดกับสถานการณ์ต่างๆ ให้มาก และพร้อมที่จะปรับตัว ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลง ของคู่แข่งด้วย

Very close to various situations and ready to adapt Keep up with the changing situation Including changes Of competitors too

ริเริ่มทำสิ่งใหม่ๆ ให้มาก โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์มากกว่า การใช้เงินลงทุน

Initiated many new things by using more creativity Use of investment funds

ติดตามงานที่ริเริ่มไปแล้วว่าส่งผลมากน้อยแค่ไหน และ พร้อมที่จะปรับแต่งให้ได้ผลมากขึ้น

Keep track of the work that has been initiated, how much results are being made and ready to be adjusted to be more effective.

มีความคิดใหม่ๆ ในการบริหารจัดการในช่วงวิกฤติการณ์ใน ระยะสั้น และระยะปานกลาง ไม่ใช่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าแต่เพียง อย่างเดียว

Have new ideas In management during the short and medium-term crisis Not only solving the immediate problems

คิดที่จะทำการตลาดให้เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยใช้ Marketing Mix 7 Ps คือ Product, Price, Place, Promotion, People, Presentation, Pisadarn

Thinking to make the market more intense by using Marketing Mix 7 Ps, namely Product, Price, Place, Promotion, People, Presentation, Pisadarn

ให้ขวัญกำลังใจเพื่อนร่วมงาน ผู้ใต้บังคับบัญชา และ หลีกเลี่ยงการกล่าวโทษกันเอง หรือการทะเลาะวิวาท

Give morale to colleagues Subordinates and avoid accusations Or bickering

ไม่ขู่พนักงานให้ขวัญเสีย แต่ขอความร่วมมือและปรึกษา หารือกันให้มากขึ้น

Do not threaten employees to demoralize But ask for cooperation and consultation Discuss more

ลดการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยทั้งส่วนตัวและกิจการ

Reduce spending on both personal and corporate luxuries

ในกรณีที่มีการกู้เงินจากสถาบันการเงิน ต้องตอบคำถามการ แก้ไขสถานการณ์ของบริษัท และมีการสื่อสารกับสถาบันการเงินนั้น อยู่เสมอ

In the case of borrowing money from financial institutions Must answer questions Resolve the situation of the company And there is always communication with that financial institution

ทำสิ่งต่างๆ ให้ชัดเจนและโปร่งใสมากขึ้น

Make things more clear and transparent.

ติดต่อเยี่ยมเยียนลูกค้าให้มากขึ้น

Contact to visit more customers

ให้ความสนใจกับผู้บริโภคสินค้าของกิจการในด้านความรู้สึก และความต้องการให้มากขึ้น

Paying attention to the consumer of the product in the sense of And more needs

สนใจกับการเจรจาต่อรองให้มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องราคา และต้นทุน

Pay more attention to negotiation Especially about the price and cost

ใกล้ชิดและติดต่อกับผู้ใต้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานอย่างสม่ำเสมอ

Closer and regular contact with subordinates and colleagues

แผนการ เพื่อนักธุรกิจมือใหม่ เรียนรู้ก่อนถึงวิกฤติ

ขอบคุณรูปภาพ : Google

แนะนำติชมได้ที่ : chuyenhot.com

ไม่อยากเจ๊ง ต้องรู้จักวางแผนล่วงหน้า

ไม่อยากเจ๊ง ต้องรู้จักวางแผนล่วงหน้า

การทำธุรกิจต่างๆ นั้น ในที่นี้เราจะเน้นที่ธุรกิจร้านอาหาร การมีไอเดียแปลกใหม่ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ร้านอาหารควรมี ยิ่งปัจจุบัน กิจการร้านอาหารมีให้เห็นกันดาษดื่นด้วยแล้ว ไอเดียความแปลก ใหม่ก็เป็นเรื่องสำคัญ แต่การมีไอเดียต้องมาพร้อมกับการวางแผน ล่วงหน้า หรือกล่าวง่ายๆ ก็คือมีการเตรียมตัว และการเตรียม ตัวอย่างคร่าวๆ มีดังนี้

In doing business, we will focus on the restaurant business. Having a new idea is important to the restaurant. There should be more. At present, the restaurant business is seen as abundant Strange idea New is important. But having ideas must come with planning ahead or simply There is preparation and preparation of rough samples as follows.

  1. ใส่ใจในไอเดียว่าร้านที่จะเปิดไม่ใช่ร้านที่เห็นกัน ทั่วไปจนชินตา

นี้ก็คือการต่อยอดไอเดียของคุณ คือต้องแน่ใจว่าร้านที่กำลัง จะเปิดนี้ไม่ใช่ร้านแบบที่เห็นกันอยู่มากมายทั่วไป ยิ่งร้านอาหารด้วย แล้วสิ่งสำคัญของการเอาชนะใจลูกค้า (เชิญชวนลูกค้า) อันดับแรก สุดก็คือร้านที่แปลกตา แนวความคิดที่สะดุด คำโฆษณาที่ติดหู อันนี้ จะเป็นอีกประการทำให้คุณเอาชนะคู่แข่งได้

อีกทั้งไอเดียในการจัดร้านต่างๆ ต้องยึดกลุ่มลูกค้าที่คุณ ต้องการไว้ด้วย ว่า ณ ตอนนั้นคุณจะเปิดร้านและต้องการลูกค้าแนว ไหน เราก็จัดให้ตรงใจ ยิ่งดึงดูดมากเท่าไรก็ยิ่งทำให้ร้านคุณคืนทุนได้ เร็วเท่านั้น แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรแปลกมากจนเกินไป

  1. ศึกษาธุรกิจที่จะทำให้เข้าใจถ่องแท้

การจะทำสิ่งใดให้สำเร็จแน่นอนว่า นอกจากความสนใจแล้ว ต้องบวกความสามารถที่มาจากการศึกษา วางแผนเป็นอย่างดี การ ศึกษามาเป็นอย่างดีทำให้เรามีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น ค่อยๆ เก็บ ประสบการณ์ไปก่อนก็ได้ เช่น ถ้าจะเปิดร้านอาหารก็ให้ลองทำจาก ร้านเล็กๆ ค่อยๆ ดูกลุ่มลูกค้า ค่อยๆ พัฒนารสชาติอาหาร ปรับ เปลี่ยนเมนูให้มีความหลากหลายตรงใจกลุ่มลูกค้าที่มีความ หลากหลายไว้ล่วงหน้า หรือบางครั้งก็ให้เพื่อนฝูง พี่น้อง ญาติๆ มา ลองชิม ลองวิจารณ์ก็ได้ เป็นการทดสอบตลาดไปในตัว ลดความ เสี่ยงลงมากยิ่งขึ้น

  1. จัดเตรียมสถานที่ให้เหมาะสมกับธุรกิจของเรา

สถานที่ก็ถือเป็นสิ่งสำคัญอีกเรื่องรองจากการวางแผน อย่า ลืมว่าสถานที่ในการทำธุรกิจนั้นเป็นปัจจัยเสริมให้เราประสบความ สำเร็จเร็วและมากมายยิ่งขึ้น โดยสังเกตง่ายๆ ว่าร้านอาหารควรตั้ง อยู่ที่ใดระหว่างที่ที่มีคนผ่านเยอะ กับที่ที่มีคนผ่านน้อย แน่นอนว่าเรา ก็ต้องเลือกสถานที่ที่คนผ่านมากอยู่แล้ว ฉะนั้นการเลือกสถานที่ทำธุรกิจให้มีความเหมาะสมของเราย่อมมีผลกับความสำเร็จทางธุรกิจที่ เราไม่ควรมองข้าม

  1. สำรวจเงินทุนของเรา

กล่าวถึงเรื่องเงินที่จะมาลงทุนและดำเนินกิจการ เราควร ลงทุนธุรกิจให้พอเพียงกับเงินทุนที่มีอยู่ในกระเป๋า อย่าผลาญเงินไป กับเรื่องไร้ประโยชน์ หรือผลาญไปกับการลงทุนที่เสี่ยงเกินไป ทําอะไรก็ควรคิดหน้าคิดหลังไว้ก่อน รอบคอบในการตัดสินใจ เพราะ อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน เรื่องที่วางไว้อาจไม่เป็นแบบนั้นก็ได้

  1. มีที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญไว้

ความจริงที่ว่าคนเราไม่ได้เก่งไปซะทุกเรื่อง ย่อมเป็นเรื่อง จริงเสมอ เราคนเดียวไม่สามารถรู้ได้ทุกเรื่องหรือเก่งทุกเรื่อง การตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ย่อมต้องมีที่ปรึกษาหรือผู้ที่เชี่ยวชาญไว้บ้าง ความคิดเห็นจากหลายๆ คน จะทำให้เราได้เปิดมุมมองที่เราอาจมองไม่เห็น เห็นความเสี่ยงที่เราอาจมองไม่เห็น ผู้ที่เก่งและมีความมั่นใจก็เป็นเรื่องที่ดีแต่ไม่ดีไปหมด จำไว้ว่าความพอดี พอเหมาะ พอควร คือพื้นฐานของทุกสิ่ง จงยอมรับความพอดีแล้วเรา จะเห็นโลกมากกว่าที่เป็น

  1. หาคนที่เราสามารถไว้วางใจได้ไว้ข้างกาย

สิ่งนี้เป็นการเตือนเจ้าของกิจการที่มีผู้ร่วมหุ้น ผู้ร่วมทุน หรือ คนที่ช่วยเราบริหาร แนะนำว่าควรหาคนที่ไว้วางใจได้จะดีที่สุด ไว้วางใจได้จากการตัดสินใจของเราอย่างรอบคอบที่สุด รู้ว่าคนที่ร่วม ทุนกับเรานี้มีพื้นฐานแบบไหน ไว้ใจได้แค่ไหน คือ “ให้รู้เขารู้เรา” ไว้ให้มากที่สุด ไหนๆ จะทำธุรกิจทั้งที ก็อย่าลงมือให้เสียเปล่า เลือก ให้ดีอย่าให้ถูกหลอกจนเสียทั้งเงินทั้งเวลา ที่สำคัญเสียความรู้สึก อีกสิงคือ “อย่าทำอะไรที่มันเกินตัวเราจนเกินไป”

  1. ฉลาดในการเลือกพนักงาน

กล่าวถึงความพอดีอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เรามาพอดีกับการ ลูกน้องว่า เริ่มแรกก็ดูก่อนว่าเราจะทำธุรกิจอะไร พนักงานแบบ ไหนที่เราควรหาให้เหมาะกับธุรกิจร้านอาหาร พ่อครัว แม่ครัว บริการ

คนเก็บเงิน คนทำความสะอาด จำเป็นต้องรับพนักงานเหล่านี้มามาก แค่ไหนถึงจะพอดี และเลือกรับมาตามความจำเป็นเท่านั้น

ต่อมาก็จัดวางตำแหน่งของพนักงาน ว่าคนนี้ควรไปทำส่วน ไหน คนนี้เป็นคนแบบไหน เราควรดูแลใส่ใจมากน้อยเพียงใด เรียก ว่าจัดการบริหารตั้งแต่คัดเลือกกันเลยทีเดียว ยิงการทำธุรกิจการ บริการลูกค้าด้วยแล้ว ผู้บริหารต้องพิจารณาก่อนการลงทุนทำธุรกิจ จากหัวใจ หมายถึงการบริการลูกค้าที่ดีก็คือการทำออกมาจากหัวใจ ใส่ใจต่อการบริการอย่างแท้จริง มิใช่ทำไปส่งๆ จนผู้ที่มารับบริการ อาจถึงกับไม่อยากเข้าใกล้ เมื่อนั้นธุรกิจคุณล่มแน่

สิ่งนี้ต้องเริ่มจากการสำรวจตัวคุณเองก่อน ถ้าคุณไม่มีหัวใจ การบริการ แนะนำว่าควรเปลี่ยนแนว อย่าลืมว่าหัวใจการบริการต้อง มาจากคนเป็นหัวหน้าก่อน ถ้าหัวหน้าไม่มีหัวใจนักบริการ ลูกน้องก็ คงมีไม่แรงบันดาลใจของการบริการไปด้วย เมื่อถึงคราวนั้นธุรกิจก็ ก้าวไปได้ยาก

หัวหน้า (เจ้าของกิจการ) ต้องมีความเชื่อมั่น แสดงความเป็น ผู้นำให้ชัดเจน เป็นตัวอย่าง ชัดเจนในที่นี้ก็หมายถึงชัดเจนด้าน นโยบาย ทิศทาง พร้อมให้บริการอย่างเต็มที่ เต็มความสามารถ เชื่อ ว่าสิ่งนี้จะทำให้คุณประสบความสำเร็จได้ไม่ยากเลย

การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่คิดเพียง ระยะใกล้ได้ การทำธุรกิจก็คือการลงทุนเพื่อระยะยาว ต่อยอด ความฝัน การลงมือทำของเรา การทำงานตามขั้นตอน และทำให้ เต็มที่ก็เหมือนกับการค่อยๆ ไขประตูที่อีกฝังคือความสำเร็จงดงามรอ คุณอยู่ จงอย่าผลีผลามรีบลงทุน แต่ควรศึกษาให้ดี ให้เกิดความ พร้อมและมีความเข้าใจในทุกๆ ด้าน มั่นใจว่าเราทำได้ เมื่อเราเริ่มทำ ก็เหมือนกับเราเริ่มเป็นเจ้าของกิจการแล้ว ค่อยๆ เรียนรู้จาก ประสบการณ์และความผิดพลาดของเราหรือผู้ที่เคยทำมา จะทำให้ เราเป็นมืออาชีพเสมอ

Later, the position of the employee What kind of person should this person do? We should take care of how much attention is called management since the selection. Shooting business Customer service too Executives need to consider before investing in business from the heart, meaning good customer service is done out of the heart. Real attention to service Not to send Until those who come to receive services May not even want to get close When your business falls

ไม่อยากเจ๊ง ต้องรู้จักวางแผนล่วงหน้า

ขอบคุณรูปภาพ : Google

แนะนำติชมได้ที่ : chuyenhot.com

สิ่งที่ควรพึงระวังเมื่อทำ ธุรกิจ ใหม่ๆ

สิ่งที่ควรพึงระวังเมื่อทำ ธุรกิจ ใหม่ๆ

  1. ทำธุรกิจแบบไม่รู้ทิศทาง

ก่อนการทำ ธุรกิจ ใดๆ แม้ว่าเราจะมีพลังแห่งความอยาก คือ อยากที่จะประสบความสำเร็จมากแค่ไหน การที่จะใช้พละกำลังเป็น อย่างเดียวคงไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องมากนัก เพราะพละกำลังที่ปราศจาก ความรู้ ความเข้าใจ ที่มาจากการศึกษาให้ลึกซึ้งถึงธุรกิจนั้นๆ เป็น อย่างดีมักทำให้ผู้ประกอบการมือใหม่ถึงคราวเจ๊งได้ทุกราย

Doing business without direction
Before doing any business Even though we have the power of desire, we want to be successful. To use strength as The only thing that is not very accurate. Because of the strength without knowledge and understanding that comes from studying deeply in that particular business, it can cause every new entrepreneur to go bankrupt.

จงอย่าลืมว่า การวางแผนธุรกิจของเรา เช่น การศึกษาตลาด ว่าปัจจุบันและอนาคตจะมีแนวโน้มอย่างไร กลุ่มลูกค้าหรือกลุ่ม เป้าหมายเรามีความต้องการตอบสนองต่อสินค้าและบริการของ เช่นไร คู่แข่งทางธุรกิจมีแผนการตลาดไปทิศทางไหน เราจะแข่งกับ เขาได้ไหม

การวางแผนมาดีย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง วางแผนดี ทิศทางใน การดำเนินกิจการของเราก็จะคืบหน้า มุ่งสู่ความสำเร็จชนิดไม่ต้อง หวั่นใครเลย อีกคำถามหนึ่งที่เจ้าของกิจการมือใหม่ต้องหาคำตอบให้ ได้ นั่นคือแล้วคุณจะทำเงินจากธุรกิจของคุณได้อย่างไร?

  1. อย่าหายของหรือตั้งราคาการบริการถูกกว่าต้นทุน

นี่คือความผิดในหลายๆ ความผิดที่พบเจอมาก เจ้าของ กิจการมือใหม่หลายรายมักคิดว่าหากพวกเขาขายสินค้าและการ บริการที่มีราคาถูก พวกเขาก็จะได้กำไรมาก มันก็จริงอยู่ที่คนส่วน ใหญ่มักสนใจสินค้าหรือบริการที่มีราคาถูกมากกว่าราคาแพง แต่บาง ครั้งคุณอาจลืมนึกถึงต้นทุนที่แท้จริง ว่าคุณต้องเสียค่าต้นทุนการ ผลิตมากเท่าใด คุ้มหรือไม่กับราคาที่คุณตั้งไว้

สิ่งที่อยากแนะนำก็คือก่อนที่จะตั้งราคาสินค้าหรือการ บริการใดๆ ควรจะลองคำนวณต้นทุนคงที่ ต้นทุนแปรผัน สำรวจ ตลาด และตั้งราคาที่สมน้ำสมเนื้อต่อการแข่งขัน คือได้เปรียบต่อทั้ง ธุรกิจของตัวเอง และไม่เสียเปรียบต่อธุรกิจของคู่แข่ง พร้อมทั้ง สามารถปรับหรือพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดตามความต้องการของ คุณได้ด้วย

  1. อย่าทำธุรกิจเพราะแค่ความรู้สึกตื่นเต้น

ถ้าคุณคิดว่าอยากทำธุรกิจเพียงเพราะอยากพบเจอกับความ ตื่นเต้น มันไม่คุ้มหรอกที่คุณจะเสียงกับธุรกิจที่ต้องพบเจอปัญหาต่างๆ ที่ไม่ใช่แค่ปัญหาทางการเงิน การตลาดเท่านั้น แต่ผลเสียที่คุณต้อง เสียมากกว่านั้นคือเวลาและความรู้สึก

ในการทำธุรกิจอย่างจริงจัง อย่าคิดว่าแค่สนุกเท่านั้น ธุรกิจที่ อยากประสบความสำเร็จนานๆ มีอะไรให้คุณต้องทำการบ้าน มากกว่านั้นเยอะ อย่าเพียงแค่มองรายละเอียดผิวเผิน หรือรวบรวม รายละเอียดเพียงเล็กน้อย ให้คุณท่องภายในใจเสมอว่าอย่าทำธุรกิจ เพียงเพื่อพบว่าชีวิตแขวนบนเส้นด้าย

  1. อย่าลืมทำการตลาดก่อนขายของ

ผู้ประกอบการใหม่หลายคนมักคิดว่าการทำการตลาดคือ การทำให้คุณเสียเวลา เสียเงิน เสียกำไรจากการขายของของคุณ ทำให้พวกเขาไม่มีการกำหนดแผนการว่าการขายสินค้า บริการของ พวกเขาในวันพรุ่งนี้ เขาจะทำเช่นไร

อย่าสับสนระหว่างการขายกับการทำการตลาด เราต้อง แยกแยะให้ถูก การทำการตลาดก็คือการมากังวลว่าในวันพรุ่งนี้จะ ขายสินค้าหรือบริการที่มีอยู่อย่างไรให้มีกำไร ไม่ขาดทุน สามารถ ต่อยอดสินค้าที่เรามีให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

ส่วนการขายก็คือ การขายที่จะปิดในวันนี้จะทำให้พรุ่งนี้ อยู่รอด อย่าลืมว่าการจ้างในขั้นเริ่มแรก ควรเป็นการจ้างผู้เชี่ยวชาญ ในการคิดกลเม็ด เคล็ดลับ ไอเดียการโฆษณาก่อนที่จะไปหาทีมขาย นี่คือสิ่งสำคัญที่อยากให้ผู้อ่อนประสบการณ์ได้รู้

รอบเกิล์ฟแมน ผู้ก่อตั้งบริษัทสื่อสารการตลาดในเมือง ซานโฮเซ แคลิฟอร์เนียกล่าว “คุณไม่สามารถเริ่มจากการผลิตไปถึง การขายได้โดยข้ามการทำการตลาดไป”

  1. สร้างความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงาน เพื่อน มากกว่าการเป็นเจ้านาย

ในการบริหารกิจการงานของคุณนั้น สิ่งสำคัญที่มักพบเจอ ของร้านที่มีปัญหาพนักงานชอบลาออก ลาป่วยเกินความจำเป็น จน บางครั้งก็ถึงขั้นฟ้องร้องว่าบริษัทของคุณขาดการบริหารงานแบบมี จริยธรรม นั่นอาจเป็นเพราะคุณไม่มีนโยบายด้านการสร้างผลงาน การจ้าง การยกเลิกสัญญา การเลื่อนตำแหน่ง การลาพักร้อน เงิน ชดเชย กล่าวง่ายๆ คือขาดแนวทางที่จะให้พนักงานของคุณได้ปฏิบัติ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย

หากคุณมัวแต่ใช้งานพวกเขาให้ทำงานโดยไม่คิดถึงจิตใจของ พวกเขา ว่าสิ่งที่พวกเขาควรได้รับให้เท่ากับที่พวกเขาได้ทำงานมานั้น ควรมีอะไรบ้าง ไม่ช้าไม่นานคุณจะต้องเจอปัญหาพนักงานลาออก บ่อยๆ แน่นอน

  1. อย่าใช้เงินทุนสุรุ่ยสุร่ายมากเกินความจำเป็น

หมายถึงอย่าประมาณความต้องการทางการเงินให้กว้างมาก เกินไป อย่าลืมว่าในขั้นเริ่มแรกของการทำธุรกิจมักมีไม่กี่รายที่พร้อม จะจ่ายเงินในทันที แม้ว่าจะขายได้แต่บางครั้งก็ต้องรอ ดังนั้นอย่ารีบ ร้อนกับการใช้เงินเกินตัว เกินกิจการ

  1. ธุรกิจควรได้รับความร่วมมือจากครอบครัวของคุณ

การเริ่มธุรกิจนั้นต้องใช้เวลามากกว่า 80-100 ชั่วโมงต่อ สัปดาห์ ดังนั้นหากคุณไม่ได้รับความร่วมมือจากครอบครัวของคุณ ในอนาคตคุณอาจต้องประสบพบเจอกับปัญหาครอบครัวได้

การทำธุรกิจที่ดีต้องได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว บวก กับเวลาและเงินทุนอย่างเพียงพอ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความสัมพันธ์ที่ ต่อเนื่องกัน จงเลือกธุรกิจที่จะไม่ทำให้คุณรู้สึกเสียใจไปตลอดชีวิต คุณมีความสุข ครอบครัวคุณก็ควรมีความสุขด้วย

บทเรียนจากความผิดพลาดมักทำให้คุณได้เรียนรู้ ฉะนั้นจง ก้าวผ่านมันไปด้วยสติ ด้วยปัญญาที่บ่มเพาะมาจากการเรียนรู้ความ ผิดพลาดของคุณเอง แล้วคุณจะรู้ว่าปัญหาที่คุณจะได้พบเจออีกใน อนาคตนั้นไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป

สิ่งที่ควรพึงระวังเมื่อทำ ธุรกิจ ใหม่ๆ

ขอบคุณรูปภาพ : Google

แนะนำติชมได้ที่ : chuyenhot.com

 

บทเรียน สำหรับ เจ้าของกิจการมือใหม่

บทเรียน สำหรับ เจ้าของกิจการมือใหม่

ก่อนจะรู้ถึงหลักการแก้ปัญหาของ เจ้าของกิจการมือใหม่นั้น ผู้เขียนขอยก ปัญหาที่เจ้าของกิจการร้านอาหาร ผู้ที่ทำ ธุรกิจร้านอาหารมาแล้วต้องประสบสัก หน่อย ยกมาให้พอรู้ว่าการทำธุรกิจร้าน อาหารนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งผู้ที่เป็นมือใหม่ ใจร้อน คิดทำอะไรก็ทำเลยโดยไม่ทันได้ ไตร่ตรองก่อน ก็ขอเตือนไว้ก่อนว่าอย่า! เพราะอะไร เราไปศึกษาพร้อมๆ กัน Before knowing the principles of solving problems The new business owner, the author, would like to raise the problem that the restaurant owner, who has done a restaurant business, has to suffer a bit. Food is not easy. Even the impatient newcomer thinks what he is doing without first pondering. Be warned before! Why do we study at the same time?

ภัตตาคารดังเปิดใจทุกปัญหาที่นำไปสู่การปิดกิจการ

ดังตัวอย่างคุณสุนทร สุรี อดีตเจ้าของภัตตาคารจีนชื่อดัง ย่านสุขุมวิท 20 ได้เปิดใจถึงความล้มเหลวในการทำธุรกิจภัตตาคาร จีนที่ชื่อว่า รีเจนท์ ว่าทั้งหมดไม่ได้เกิดจากปัญหาที่เราทำอาหารไม่ อร่อยและไม่มีลูกค้า หรือโลเกชั่นที่ไม่ดี แต่มันเกิดจากการบริหาร จัดการภายใน ที่ยังขาดประสบการณ์ด้านร้านอาหาร

เพราะขณะที่ปิดร้านลงนั้น ลูกค้าของเราก็ยังมีเข้ามาอยู่เป็น จำนวนมาก สาเหตุที่ต้องปิดกิจการมีอยู่ด้วยกันหลายข้อ เริ่มจาก พ่อครัวที่เราได้คัดสรรมาอย่างดี ซึ่งจะเข้ามาทำงานกันเป็นทีม โดย แบ่งเป็นสองทีมคือ ทีมครัวร้อน และทีมครัวติ่มซำ

ซึ่งการเข้ามาเป็นทีมตรงนี้เป็นจุดพลิกผันสำคัญที่ทำให้เรา ต้องปิดกิจการ เพราะด้วยฝีมือการทำติ่มซำที่ถือว่าเป็นสุดยอด เรา จึงใช้ตรงจุดนี้มาเพิ่มยอดขาย ด้วยการนำติ่มซำของเราไปเสนอขาย ให้กับโรงแรมและภัตตาคารชั้นนำหลายแห่งที่ให้ความสนใจ และ ซื้อติ่มซำจากเรา โดยมีรถจักรยานยนต์ที่ใช้จัดส่งช่วงนั้นถึง 7 คัน

ด้วยเหตุนี้เองทำให้มีภัตตาคารบางแห่งต้องการตัวพ่อครัว ติ่มซำของเรา ด้วยการเสนอค่าตัวที่แพงกว่า ทำให้เราต้องเสียครัว ติ่มซำชุดนี้ไปทั้งทีม จึงตัดสินใจเลิกทำติ่มซำ จะทำขายเฉพาะในภัตตาคารเท่านั้น

หลังจากนั้นก็พบกับปัญหาการบริหารจัดการภายใน ซึ่งมี การโกงกินกันภายในระหว่างกัปตัน คนเขียนบิล และในครัว เพราะ ภัตตาคารจีนจะมีวัตถุดิบหลายตัวที่มีราคาสูง อย่างอาหารเมนูพระ กระโดดกำแพง เมื่อมีลูกค้าสั่งหม้อ 2,000 บาท ทำหม้อละ 5,000 บาท มาให้โดยลูกค้าจ่ายส่วนต่าง 3,000 บาท ให้กับกัปตัน ก็จะนำ ไปแบ่งให้คนเขียนบิล และในครัว ซึ่งถ้าเจ้าของไม่ตรวจเช็กให้ดี ก็จะ ไม่รู้ว่าตัววัตถุดิบตัวนี้มันหายไป

หรือแม้แต่แก๊สที่ใช้หุงต้มก็มีวิธีการโกงโดยติดต่อกับทางร้าน แก๊ส เมื่อแก๊สใช้ไปครึ่งถังก็จะสั่งใหม่แล้วเก็บถังเก่า และทางร้าน แก๊สจะจ่ายเงินคืนแก๊สส่วนที่เหลือให้ ซึ่งสั่งครั้งหนึ่งประมาณ 6 ถัง รู้สึกผิดสังเกตว่ามีการสั่งแก๊สบ่อยมาก ซื้อเครื่องวัดมาจึงรู้ว่าถังนั้น ยังมีแก๊สเหลืออยู่

ปัญหาอีกอย่างหนึ่งของการทำร้านอาหารที่ทุกร้านต้อง เผชิญคือการขโมยอุปกรณ์ ช้อน ส้อม มีด จาน ชาม รวมถึง เครื่องปรุงต่างๆ ก็จะยัดใส่ถุงดำเหมือนเป็นขยะและให้รถมารอรับไป

แต่ปัญหาสุดท้ายที่ทำให้ต้องปิดกิจการและไม่ตัดสินใจทำต่อ เจ เมื่อทีมพ่อครัวร้อนยกทีมลาออก เพราะพ่อครัวขาดความรับผิดชอบ กินเหล้า ไม่มาทำงาน ทำให้ไม่สามารถทำงานต่อไป จึงตัดสินใจไม่ พ่อครัวใหญ่ออก เมื่อเขาออกไปอยู่ที่อื่นก็ดึงทีมงานเขาออกไป จึงลาออกกันหมด

การที่เราไม่หาพ่อครัวใหม่ และตัดสินใจเลิกกิจการทั้งที่ ลูกค้าก็ยังมี เหตุผลสำคัญมาจากปัญหาครอบครัว เพราะการเปิด ร้านอาหารต้องดูแลใกล้ชิดไม่มีวันหยุด ทำให้ไม่มีเวลาอยู่กับ ครอบครัว

ภรรยาซึ่งเข้ามาช่วยงานที่ร้านไม่มีเวลาดูแลลูก และภรรยา เครียดเรื่องเงินที่ต้องจมไปกับการลงทุนที่เกิดจากปัญหาต่างๆ ที่ กล่าวมาจนภรรยาต้องเข้าโรงพยาบาลศรีธัญญา เป็นเหตุผลว่าทำไม เราจึงไม่ทำต่อ และเซ้งกิจการให้คนอื่นไป

โดยบทเรียนครั้งนี้ทำให้เราต้องเสียบ้านไป 1 หลัง และที่ดิน 1 แปลงกว่า 20 ล้านบาท บทเรียนที่สำคัญคือ “ก่อนตัดสินใจก้าวสู่ ธุรกิจนี้ ควรที่จะได้ศึกษาก่อนลงมือทำ”

ฉะนั้นผู้ลงทุนต้องใจเย็นๆ และศึกษาให้ละเอียดก่อนว่าสิ่งที่ คุณควรรู้ก่อนเตรียมตัวเป็นเจ้าของธุรกิจนั้นมีอะไรบ้าง

เพราะด้วยสภาพเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ทำให้บริษัทจำนวนนับพันนับหมื่นต้องล้มละลาย หายลงไปกับมรสุมที่ถาโถมเข้ามา แต่นั่นไม่ใช่สิ่งเลวร้ายที่สุดในชีวิต แม้ว่าคุณอาจจะเป็นพนักงานคนหนึ่งที่เคยร่วมหัวจมท้ายกับธุรกิจ เหล่านั้นมาก่อน และกำลังมองหาทางออกที่สวยงามให้กับชีวิตอยู่ จนถึงวันนี้ก็ตาม อย่าเพิ่งท้อถอยเพราะยังมีโอกาสเสมอสำหรับคนที่ ต่อสู้ด้วยความตั้งใจ

ทางออกอย่างหนึ่งของใครหลายๆ คน ก็คงจะเป็นการหันมา ทำธุรกิจส่วนตัว หรือที่เขาเรียกกันซะหรูเลิศว่า การทำธุรกิจประเภท SME นั่นเอง เช่น การเป็นเถ้าแก่ เป็นเจ้าของร้าน ไม่ว่าจะเป็นร้าน อาหาร ร้านออกแบบทรงผม หรือธุรกิจใดๆ ก็ตาม ที่แวบเข้ามาในหัว

ดังนั้นอย่ามัวรอช้า ให้รีบนำเอาไอเดียดีๆ ที่จะสร้างความ แปลกใหม่นั้นออกมา จัดการมันให้เป็นรูปเป็นร่าง ดีกว่าคิดฝันไป เรื่อยเปื่อย คืออย่าไปกลัวนั่น โน่น นี่ ลงมือทำเลย เพราะสังคมนี้ ไม่ ว่าเศรษฐกิจจะทรงหรือทรุดก็ไม่เคยหยุดการเคลื่อนไหว เพียงแต่จะ เคลื่อนไหวช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง

โดยปกติการทำธุรกิจในปีแรกนั้นจะเป็นปีแห่งการเรียนรู้ที่ เนินนาน ไม่ว่าคุณจะพยายามระวัง หรือมีความรู้มากแค่ไหนก็ตาม แต่ความผิดพลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้นเสมอ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับทุกคนที่เริ่มต้นทำธุรกิจ ที่ต้องกล่าวเรื่องนี้ก็เพราะต้องการเตือนให้ผู้ ที่ต้องการเริ่มต้นนั้นลองทำความคุ้นเคยกับแนวความคิดเหล่านี้ หากลองเปิดใจรับฟังจากผู้มีประสบการณ์อย่างตรึกตรอง คุณก็จะสามารถข้ามผ่านข้อผิดพลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้นไปได้ แล้วผู้เขียนก็ไม่ รวบรวมความผิด 7 ประการ ของธุรกิจใหม่ที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุด พร้อม คำแนะนำในการหลีกเลี่ยงให้กับคุณไว้แล้ว

บทเรียน สำหรับ เจ้าของกิจการมือใหม่ Lessons for new business owners

ขอบคุณรูปภาพ : Google

แนะนำติชมได้ที่ : chuyenhot.com

สำรวจ ตัวเองก่อนเป็นเจ้าของ กิจการงานอาหาร

สำรวจ ตัวเอง ก่อนเป็นเจ้าของ กิจการงานอาหาร

แค่คุณมีไอเดียดีๆ และพิสูจน์ แล้วว่า มีความต้องการในตลาดที่ พร้อมจะซื้อสินค้าหรือบริการของคุณ ในราคาที่คุณสามารถทำกำไรได้ การ เป็นเจ้าของกิจการก็ไม่ใช่เรื่องยาก อีกต่อไปและจากนี้คือหลักการเบื้องต้น ที่คุณควรรู้ก่อนเริ่มทำธุรกิจ

ก้าวสู่การทำธุรกิจร้านอาหารของตัวเอง ต้องทำอย่างไร

เข้าถึงธุรกิจของตนเอง Understand the business. ขันแรกต้องเข้าใจถึงธุรกิจ คุณกำลังจะทำเสียก่อน ซึ่งสามารถหาอ่านได้จากหนังสือที่มีวางขาย อยู่ทั่วไป พยายามศึกษามันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

นอกจากนี้คุณยังควร สำรวจ สอบถาม หรือขอคำแนะนำจากเจ้าของ กิจการที่ทำธุรกิจในลักษณะใกล้เคียงกับคุณ อีกทั้งคุณสามารถใช้ Internet ในการค้นคว้าหาข้อมูลเหล่านี้ได้ง่ายและรวดเร็วขึ้นด้วย และหากคุณมีโอกาสได้พูดคุยกับเจ้าของกิจการเหล่านี้ คำถามสำคัญ ที่คุณควรถามคือ

ต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้างในการดำเนินธุรกิจร้านอาหาร

ต้องมีบุคลากรที่ประกอบหน้าที่ในส่วนใดบ้างสำหรับกิจการ ร้านอาหาร

ค่าใช้จ่ายหลักๆ ของกิจการร้านอาหารคืออะไร

รายได้หลักๆ มาจากไหน เช่น ลูกค้าที่นั่งทานในร้าน ลูกค้า ซื้อกลับบ้าน หรือการส่งแบบ Delivery

อะไรคืออุปสรรคสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการรายใหม่ ล้มเหลว (สำคัญมากๆ เพราะมันคือสิ่งที่เราต้องคำนึงถึงในการทำ ธุรกิจไม่ให้ประสบกับความล้มเหลว)

อะไรคือสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการทำให้ธุรกิจประเภทร้านอาหาร ประสบความสำเร็จ

การเตรียมการด้านการวางแผนธุรกิจ

จุดนี้มีส่วนสำคัญในการเพิ่มโอกาสสู่ความสำเร็จ โปรแกรม Business Plan Pro เป็นแหล่งข้อมูลที่ดีแหล่งหนึ่งสำหรับผู้ ประกอบการ คุณสามารถสืบค้นข้อมูลตัวอย่างแผนธุรกิจได้จาก Internet ในแผนธุรกิจต่างๆ ที่คุณต้องการทำ

เนื่องจากการสืบค้นนี้จะมีส่วนของการเงินประกอบอยู่ด้วย มันอาจทำให้มองเห็นภาพธุรกิจได้ชัดเจนขึ้น และอาจพบข้อมูลที่คุณ ไม่เคยรู้มาก่อน เช่น ธุรกิจร้านอาหารนั้นมีกำไรส่วนใหญ่มาจาก เครื่องดื่ม ไม่ใช่อาหาร! แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับลักษณะของร้านอาหาร ด้วยเช่นกัน

อย่าลอกเลียนแบบทุกอย่างจากแผนธุรกิจตัวอย่าง ปรับแต่ง แผนให้เหมาะกับธุรกิจและตลาดของคุณ อย่าลืมปรึกษาทนายหรือ หน่วยงานราชการรัฐ เกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ ดูว่าต้องขออนุญาตหรือต้องมีหนังสือรับรองใดๆ ในการดำเนินธุรกิจ หรือไม่ อาทิ หากต้องการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ต้องมีใบอนุญาต การค้าเครื่องดื่มประเภทดังกล่าวจากกรมสรรพสามิตหรือไม่ การหา ข้อมูลเพื่อวางแผนจะทำให้เราไม่เกิดปัญหาได้ในอนาคต

ธุรกิจจะเกิดขึ้นได้จำเป็นต้องหาบุคลากร เงินทุน สถานที่ และวัตถุดิบ

แน่นอนว่าต้องมีเงินทุนก่อน ซึ่งสามารถหาเงินทุนได้จาก สถาบันการเงินต่างๆ เช่น SME Bank ธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อ สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งสถาบันเหล่านี้ยังช่วยให้ คำปรึกษาเกี่ยวกับการทำธุรกิจของลูกค้าอีกด้วย

การยืมเงินจากครอบครัว ญาติ หรือเพื่อน อาจเป็นปัญหาให้ เกิดความขัดแย้งได้ในภายหลัง แต่ถ้าไม่มีทางเลือก ก็ควรทำการพูด คุยและตกลงรายละเอียดให้เป็นทางการ และในระหว่างที่เรา รวบรวมเงินทุนนั้น ควรมองหาทำเลหรือสถานที่สำหรับธุรกิจควบคู่ ไปด้วย เพราะค่าเช่าอาจเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดขนาดของ เงินทุนที่ต้องใช้ ทำเลและสถานที่จะมีความสำคัญมากยิ่งขึ้นหาก ธุรกิจขึ้นอยู่กับผู้คนในละแวกนั้น หรือผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา

นอกจากนี้ควรเริ่มมองหาหรือทาบทามบุคคลที่ต้องการให้ มาร่วมงานด้วย เมื่อได้เงินทุนเรียบร้อย ธุรกิจก็จะดำเนินการเต ทันที และในระหว่างนี้คุณก็ควรเริ่มติดต่อกับ Suppliers และ distribute ไปพร้อมๆ กัน

สิ่งที่ควรทำจากนี้ไปคือศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมไปเรื่อยๆ เช่น เรียนรู้ถึงการบริหารบุคลากร และคุณควรทำให้แน่ใจว่าที่ ปรึกษาของเราน่าเชื่อถือ มีความสามารถในการช่วยแก้ปัญหาที่เกิด ขึ้นได้

สู่การจัดตั้งธุรกิจร้านอาหาร

ประเภทธุรกิจร้านอาหารแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆดังนี้

ร้านอาหารที่มีอาหารหลากหลายประเภท กลุ่มลูกค้าก็มี ความหลากหลายตามไปด้วย

ร้านอาหารที่เน้นอาหารประจำท้องถิ่น หรืออาหารประจำชาติ

ร้านอาหารที่มีการจัดเตรียมแตกต่างจากอาหารทั่วไป มังสวิรัติ

ร้านอาหารแบบ Coffee Shop เน้นอาหารว่างและเคย ดื่มเป็นหลัก

ร้านอาหารแบบ Fast Food มักจะเป็นอาหารที่จัดเตรียม ง่าย ใช้เวลาน้อย มีเมนูจำกัด นิยมจัดการในรูปแบบ Franchise

ร้านอาหาร Cafeteria เป็นอาหารที่จัดเตรียมมาแล้ว ผู้บริโภคมีจำนวนมาก

ร้านอาหาร Self-Serve มักจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ไม่มี พนักงานเสิร์ฟ ลูกค้ามักจะบริการตัวเอง

สิ่งที่ควรคำนึงถึงในการจัดตั้งธุรกิจร้านอาหาร

ใบประกอบการธุรกิจท้องถิ่น ใบประกอบการธุรกิจอาหาร ใบประกอบการดนตรี และใบประกอบการเครื่องดื่ม เป็นต้น

ใบอนุญาตค้าขาย ใบอนุญาตอาคารสถานที่

กฎระเบียบต่างๆ เช่น กฎระเบียบเกี่ยวกับสุขอนามัย กฎระเบียบเกี่ยวกับความปลอดภัย กฎระเบียบเกี่ยวกับภาษี การ แบ่งพื้นที่ทำการ กฎหมายว่าด้วยอาหารและยา กฎระเบียบ ควบคุมการสูบบุหรี่ เป็นต้น

คุณสมบัติสำคัญของผู้ประกอบธุรกิจ

ร้านอาหาร

มีความรู้ด้านการประกอบอาหาร

เนื่องจากในกรณีที่มีปัญหาขาดแคลนพ่อครัว แม่ครัว ผู้ประกอบธุรกิจควรมีความรู้ด้านการประกอบอาหาร เพื่อเป็นการ แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และช่วยให้กิจการดำเนินงานได้ราบรื่น นอกจากนี้ยังเป็นพื้นฐานที่ดีในการคิดค้นรายการอาหารใหม่ๆ อีกด้วย

มีความคิดสร้างสรรค์

อันเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ธุรกิจร้านอาหารประสบความสำเร็จ ได้แก่ รายการอาหารที่แปลกใหม่ ถือเป็นจุดขายของร้านซึ่งทำให้เป็น ที่จดจำแก่ผู้บริโภคเป็นอย่างดี ดังนั้นผู้ประกอบธุรกิจควรมีความคิด ที่แปลกใหม่ และมีความเข้าใจในเทคนิคการปรุงอาหารเพื่อ สร้างสรรค์รายการอาหารที่เป็นจุดขายของร้าน

เป็นคนช่างสังเกต

เพื่อสามารถรับรู้ได้ในเบื้องต้นถึงความต้องการของผู้บริโภค ในบางกรณีที่ไม่ได้รับการร้องเรียนด้านบริการโดยตรง เช่น เรื่องการบกพร่องในรสชาติของอาหารที่ไม่ตรงกับความต้องการ แต่ผู้บริโภค ไม่ได้มีการบอกกล่าว หรือการที่ผู้ประกอบการสังเกตเห็น หรือ สามารถฝึกสอนพนักงานให้ใส่ใจและสังเกตสิ่งเหล่านี้จะสามารถทำ ให้เกิดการแก้ไขพัฒนาอาหาร และบริการให้ตรงตามความต้องการ ของผู้บริโภคได้ในอนาคต

มีความอดทน

ใจเย็น สุภาพ อ่อนโยน และมีอัธยาศัยดี ด้วยเหตุที่ผู้มาใช้ บริการร้านอาหารมีหลากหลายประเภท และความต้องการของ ลูกค้าแต่ละรายนั้นแตกต่างกัน ความอดทน ใจเย็น สุภาพ อ่อนโยน มีส่วนช่วยให้การแก้ไขปัญหาต่างๆ เป็นไปได้อย่างราบรื่น

มีความรู้ทางด้านการจัดการธุรกิจ

เพื่อสามารถบริหารจัดการทรัพยากรต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม และเป็นระบบ ทั้งหมดนี้เพียงพอให้คุณสำรวจตัวเองแล้วพบว่าคุณมี คุณสมบัติและความพร้อมดังที่กล่าวมาแล้วหรือไม่ ถ้าคุณตอบว่า “ใช่” หรือ “มี” ก็ขอแสดงความยินดีกับคุณก่อนเลยว่า คุณพร้อม แล้วที่จะเริ่มต้นทำธุรกิจร้านอาหารของตัวเอง

ขอบคุณรูปภาพ : Google

แนะนำติชมได้ที่ : chuyenhot.com

สำรวจ ตัวเองก่อนเป็น เจ้าของกิจการ

การ สำรวจ ตัวเองเบื้องต้นนี้ เรา อาจยังมองไม่เห็นภาพรวมทั้งหมดของ ธุรกิจ แต่การสำรวจถึงทักษะ ความรู้ และประสบการณ์ที่อยู่ภายในตัวเรา นั้นหมายถึงว่าเราจะสามารถจัดเตรียม อาวุธเครื่องมืออะไรได้บ้าง ที่จะนำมา ใช้ในการตัดสินใจเริ่มต้นธุรกิจของเรา

With this initial survey, we may not yet see the whole picture of the business, but the exploration of the skills, knowledge and experience that is within us. That means that we can prepare What tools can be used to decide when to start our business?

4 ขั้นตอน สำรวจ ตนเองเบื้องต้นก่อนทำธุรกิจ

ขั้นตอนที่ 1 เริ่มประเมินทักษะ ความรู้ และความสามารถของตนเองด้วย ความสัตย์จริง โดยจำแนกทุกสิ่งทุกอย่างออกมาว่า คุณมีทักษะใน เรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างฉกาจ หรือมีความรู้ในด้านใดบ้าง รวมถึงความ สามารถในการทำสิ่งใดๆ ที่คุณเคยทำสำเร็จมาแล้วบ้าง แต่ไม่ต้องจำแนกสิ่งที่เคยทำผิดพลาดหรือมีความสงสัยอยู่ลง ไปด้วย เพราะที่รายการนี้เราจะเขียนแต่สิ่งที่คุณรู้เป็นอย่างดีว่าคุณ จะทำให้สิ่งเหล่านี้สำเร็จได้อย่างไรบ้าง (อย่ายกยอตัวเองเกินไป แต่ อย่ากังวลว่าถ้าให้คุณทำมันอีกครั้งคุณอาจจะทำไม่ได้)

ขั้นตอนที่ 2 หลังจากที่ได้เจาะจงลงไปถึงทักษะเฉพาะตัว และความ สามารถส่วนตัวของตัวเองแล้ว คราวนี้ก็มุ่งไปที่ความรู้ในเรื่องระ ว่าอะไรที่เป็นสิ่งที่คุณสนใจเป็นพิเศษ จำแนกรายการออกมา ความรู้ในธุรกิจหรืออุตสาหกรรมด้านใดหรือสาขาใดบ้าง

ถ้าเป็นไปได้อาจจะเขียนออกมาเป็นเค้าโครงง่ายๆ ถึงสิ่งที่ สัมพันธ์กัน แต่ถ้าเกิดความไม่แน่ใจขึ้น คุณควรจะ สำรวจ จำแนกรายการ ทุกๆ อย่าง โดยมุ่งความสนใจเจาะจงไปที่ข้อมูลความรู้ในเชิงธุรกิจ นั้นๆ มากกว่าธุรกิจที่ได้พบจากประสบการณ์ชีวิตทั่วๆ ไป เพราะถึง ประสบการณ์ทั้งหมดจะมีประโยชน์มาก แต่คุณจะสามารถนำมันขึ้น มาใช้ได้ก็ต่อเมื่อคุณได้ทำการตัดสินใจเกี่ยวกับทักษะแล้ว ว่าอะไรที่ คุณอาจต้องการการพัฒนา เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจของคุณไปได้ ด้วยดี

ขั้นตอนที่ 3 ขั้นตอนนี้เป็นการประเมินความสามารถในการตัดสินของตัว เอง เมื่อคุณเป็นเจ้าของธุรกิจคุณจะต้องรับภาระและทำการตัดสินใจ หลายๆ เรื่อง ซึ่งการตัดสินใจนั้นอาจจะต้องใช้พื้นฐานจากสิ่งที่คุณ คิด ซึ่งไม่ใช่การตัดสินใจทั้งหมดที่จะสามารถทำได้ทันที คุณอาจต้อง ใช้เวลากับมัน ถ้าผลกระทบที่ได้รับจากการตัดสินใจของคุณทำให้เกิด ปัญหาต่อคนอื่นที่ต้องมาช่วยแก้ไขให้แล้วล่ะก็ มันคงเป็นเรื่องยากที่ จะดำเนินธุรกิจของคุณต่อไปได้

ให้ลองมองย้อนกลับไปสู่ประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาของคุณ แล้วลองเขียนสองเหตุการณ์ที่คุณทำการตัดสินใจได้ไม่ดีนัก ลอง ทบทวนแล้วจำแนกออกมาว่าคุณได้เรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นบ้าง

ขั้นตอนที่ 4 ขั้นตอนสุดท้ายแต่ยังไม่ใช่ท้ายสุด จะเป็นการเจาะจงความ สามารถในการเป็นเจ้าของธุรกิจของคุณ จากที่ได้กล่าวไว้ในข้างต้น มีเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมากมายต้องเผชิญกับความเสี่ยง ในตอนแรกเริ่ม และพวกเขาได้เรียนรู้จากความผิดพลาดที่เกิดจากตัวพวกเขาเอง

คุณลองมองให้ชัดเจนถึงสิ่งที่เป็นแรงจูงใจของคุณ และความ เชื่อที่มีในตัวคุณเอง มันจะช่วยให้คุณเตรียมพร้อมรับความท้าทายที่ จะมาถึงด้วยตัวคุณเองกับธุรกิจที่คุณเป็นเจ้าของเอง บางที่องค์ ประกอบสามสิ่งที่สำคัญบนเส้นทางแห่งความสำเร็จนั่นคือ ความ สามารถในการยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ความเต็มใจ พร้อมจะรับกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด ความก้าวหน้าทาง เทคโนโลยี และสุดท้ายความสามารถที่จะเชื่อใจตัวเอง ถ้ามีทั้งสาม สิ่งนี้แล้ว นั่นแสดงว่าคุณได้เดินทางไปกว่าครึ่งของเส้นทางสู่เส้นชัยแล้วล่ะ

ในครั้งแรกที่คุณได้สำรวจและประเมินตัวเอง คุณอาจต้อง ทบทวนขั้นตอนทั้งหมดอีกครั้ง เพื่อดูว่าคุณอยู่ที่จุดใดแล้วในเวลานี้ ด้วยการประเมินค่าและทำความเข้าใจว่าเพราะอะไรบ้างที่ทำให้คุณ ประสบความสำเร็จ และอะไรบ้างที่ทำให้คุณไม่ประสบความสำเร็จ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา แล้ว ณ วันนี้ คุณสามารถใช้ความรู้ความ สามารถของคุณทั้งหมดที่มีอยู่ได้ดีมากกว่าอดีตไหม

คําถามที่จะได้เห็นเหล่านี้อาจจะช่วยคุณได้ จําไว้ว่ายิ่งคุณ ซื่อสัตย์ต่อตัวเองเท่าไร คุณก็จะได้รับคําตอบที่ดีที่สุดสําหรับคําถาม ในแต่ละข้อ และนั่นจะเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ที่สุดที่คุณจะได้รับ

  • อะไรที่คุณรู้สึก นั่นเป็นความคิดหลักที่มั่นคงที่สุดของคุณ
  • อะไรที่คุณรู้สึก นั่นเป็นจุดอ่อนที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดของคุณ
  • อะไรที่เป็นความสามารถพิเศษที่คุณมีอยู่ และในสถานการณ์ ใดที่คุณเคยใช้มันแก้ปัญหาได้สําเร็จมาแล้ว
  • คุณกําหนดแนวความคิดเฉพาะตัวอย่างไร ในการมีงานทํา หรือการเป็นลูกจ้าง

ตอนนี้ทุกสิ่งได้เริ่มจุดประกายขึ้นแล้ว หรือไม่คุณก็กําลังจะ เริ่มมีข้อสงสัยหลายอย่างเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแบบใดก็ขอให้คุณจงฟัง และรับรู้ถึงความรู้สึกของตัวเอง และมีความเชื่อถือในตัวเอง สุดท้าย สิ่งเหล่านี้จะเป็นเครื่องมือสําหรับคุณ เพื่อนําไปใช้ในกระบวนการ ประเมินตัวเอง ไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไป

Now everything has started to spark. Or whether you are going to There have been many doubts. No matter what kind it is, ask you to listen. And recognize their own feelings And have trust in yourself. Finally, these will be tools for you. To be used in the process Evaluate yourself Not too much and not too little


ขอบคุณรูปภาพ : Google

แนะนำติชมได้ที่ : chuyenhot.com