แผนการ เพื่อนักธุรกิจมือใหม่ เรียนรู้ก่อนถึงวิกฤติ

แผนการ เพื่อนักธุรกิจมือใหม่ เรียนรู้ก่อนถึงวิกฤติ

ขยันและเอาใจใส่ในงานให้มากกว่าช่วงที่ไม่มีวิกฤติการณ์ หลายเท่า

Diligent and caring for the job more than many times without crisis

ตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ให้เร็วขึ้น และถ้าเห็นว่าสิ่งที่ตน ตัดสินใจนั้นไม่ถูกต้อง ก็ต้องรีบแก้ไขปรับปรุงโดยเร็ว

Decide on various issues faster and if they see that their things That decision is wrong. Must hurry to fix, improve quickly

ใกล้ชิดกับสถานการณ์ต่างๆ ให้มาก และพร้อมที่จะปรับตัว ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลง ของคู่แข่งด้วย

Very close to various situations and ready to adapt Keep up with the changing situation Including changes Of competitors too

ริเริ่มทำสิ่งใหม่ๆ ให้มาก โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์มากกว่า การใช้เงินลงทุน

Initiated many new things by using more creativity Use of investment funds

ติดตามงานที่ริเริ่มไปแล้วว่าส่งผลมากน้อยแค่ไหน และ พร้อมที่จะปรับแต่งให้ได้ผลมากขึ้น

Keep track of the work that has been initiated, how much results are being made and ready to be adjusted to be more effective.

มีความคิดใหม่ๆ ในการบริหารจัดการในช่วงวิกฤติการณ์ใน ระยะสั้น และระยะปานกลาง ไม่ใช่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าแต่เพียง อย่างเดียว

Have new ideas In management during the short and medium-term crisis Not only solving the immediate problems

คิดที่จะทำการตลาดให้เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยใช้ Marketing Mix 7 Ps คือ Product, Price, Place, Promotion, People, Presentation, Pisadarn

Thinking to make the market more intense by using Marketing Mix 7 Ps, namely Product, Price, Place, Promotion, People, Presentation, Pisadarn

ให้ขวัญกำลังใจเพื่อนร่วมงาน ผู้ใต้บังคับบัญชา และ หลีกเลี่ยงการกล่าวโทษกันเอง หรือการทะเลาะวิวาท

Give morale to colleagues Subordinates and avoid accusations Or bickering

ไม่ขู่พนักงานให้ขวัญเสีย แต่ขอความร่วมมือและปรึกษา หารือกันให้มากขึ้น

Do not threaten employees to demoralize But ask for cooperation and consultation Discuss more

ลดการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยทั้งส่วนตัวและกิจการ

Reduce spending on both personal and corporate luxuries

ในกรณีที่มีการกู้เงินจากสถาบันการเงิน ต้องตอบคำถามการ แก้ไขสถานการณ์ของบริษัท และมีการสื่อสารกับสถาบันการเงินนั้น อยู่เสมอ

In the case of borrowing money from financial institutions Must answer questions Resolve the situation of the company And there is always communication with that financial institution

ทำสิ่งต่างๆ ให้ชัดเจนและโปร่งใสมากขึ้น

Make things more clear and transparent.

ติดต่อเยี่ยมเยียนลูกค้าให้มากขึ้น

Contact to visit more customers

ให้ความสนใจกับผู้บริโภคสินค้าของกิจการในด้านความรู้สึก และความต้องการให้มากขึ้น

Paying attention to the consumer of the product in the sense of And more needs

สนใจกับการเจรจาต่อรองให้มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องราคา และต้นทุน

Pay more attention to negotiation Especially about the price and cost

ใกล้ชิดและติดต่อกับผู้ใต้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานอย่างสม่ำเสมอ

Closer and regular contact with subordinates and colleagues

แผนการ เพื่อนักธุรกิจมือใหม่ เรียนรู้ก่อนถึงวิกฤติ

ขอบคุณรูปภาพ : Google

แนะนำติชมได้ที่ : chuyenhot.com

สำรวจ ตัวเองก่อนเป็น เจ้าของกิจการ

การ สำรวจ ตัวเองเบื้องต้นนี้ เรา อาจยังมองไม่เห็นภาพรวมทั้งหมดของ ธุรกิจ แต่การสำรวจถึงทักษะ ความรู้ และประสบการณ์ที่อยู่ภายในตัวเรา นั้นหมายถึงว่าเราจะสามารถจัดเตรียม อาวุธเครื่องมืออะไรได้บ้าง ที่จะนำมา ใช้ในการตัดสินใจเริ่มต้นธุรกิจของเรา

With this initial survey, we may not yet see the whole picture of the business, but the exploration of the skills, knowledge and experience that is within us. That means that we can prepare What tools can be used to decide when to start our business?

4 ขั้นตอน สำรวจ ตนเองเบื้องต้นก่อนทำธุรกิจ

ขั้นตอนที่ 1 เริ่มประเมินทักษะ ความรู้ และความสามารถของตนเองด้วย ความสัตย์จริง โดยจำแนกทุกสิ่งทุกอย่างออกมาว่า คุณมีทักษะใน เรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างฉกาจ หรือมีความรู้ในด้านใดบ้าง รวมถึงความ สามารถในการทำสิ่งใดๆ ที่คุณเคยทำสำเร็จมาแล้วบ้าง แต่ไม่ต้องจำแนกสิ่งที่เคยทำผิดพลาดหรือมีความสงสัยอยู่ลง ไปด้วย เพราะที่รายการนี้เราจะเขียนแต่สิ่งที่คุณรู้เป็นอย่างดีว่าคุณ จะทำให้สิ่งเหล่านี้สำเร็จได้อย่างไรบ้าง (อย่ายกยอตัวเองเกินไป แต่ อย่ากังวลว่าถ้าให้คุณทำมันอีกครั้งคุณอาจจะทำไม่ได้)

ขั้นตอนที่ 2 หลังจากที่ได้เจาะจงลงไปถึงทักษะเฉพาะตัว และความ สามารถส่วนตัวของตัวเองแล้ว คราวนี้ก็มุ่งไปที่ความรู้ในเรื่องระ ว่าอะไรที่เป็นสิ่งที่คุณสนใจเป็นพิเศษ จำแนกรายการออกมา ความรู้ในธุรกิจหรืออุตสาหกรรมด้านใดหรือสาขาใดบ้าง

ถ้าเป็นไปได้อาจจะเขียนออกมาเป็นเค้าโครงง่ายๆ ถึงสิ่งที่ สัมพันธ์กัน แต่ถ้าเกิดความไม่แน่ใจขึ้น คุณควรจะ สำรวจ จำแนกรายการ ทุกๆ อย่าง โดยมุ่งความสนใจเจาะจงไปที่ข้อมูลความรู้ในเชิงธุรกิจ นั้นๆ มากกว่าธุรกิจที่ได้พบจากประสบการณ์ชีวิตทั่วๆ ไป เพราะถึง ประสบการณ์ทั้งหมดจะมีประโยชน์มาก แต่คุณจะสามารถนำมันขึ้น มาใช้ได้ก็ต่อเมื่อคุณได้ทำการตัดสินใจเกี่ยวกับทักษะแล้ว ว่าอะไรที่ คุณอาจต้องการการพัฒนา เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจของคุณไปได้ ด้วยดี

ขั้นตอนที่ 3 ขั้นตอนนี้เป็นการประเมินความสามารถในการตัดสินของตัว เอง เมื่อคุณเป็นเจ้าของธุรกิจคุณจะต้องรับภาระและทำการตัดสินใจ หลายๆ เรื่อง ซึ่งการตัดสินใจนั้นอาจจะต้องใช้พื้นฐานจากสิ่งที่คุณ คิด ซึ่งไม่ใช่การตัดสินใจทั้งหมดที่จะสามารถทำได้ทันที คุณอาจต้อง ใช้เวลากับมัน ถ้าผลกระทบที่ได้รับจากการตัดสินใจของคุณทำให้เกิด ปัญหาต่อคนอื่นที่ต้องมาช่วยแก้ไขให้แล้วล่ะก็ มันคงเป็นเรื่องยากที่ จะดำเนินธุรกิจของคุณต่อไปได้

ให้ลองมองย้อนกลับไปสู่ประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาของคุณ แล้วลองเขียนสองเหตุการณ์ที่คุณทำการตัดสินใจได้ไม่ดีนัก ลอง ทบทวนแล้วจำแนกออกมาว่าคุณได้เรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นบ้าง

ขั้นตอนที่ 4 ขั้นตอนสุดท้ายแต่ยังไม่ใช่ท้ายสุด จะเป็นการเจาะจงความ สามารถในการเป็นเจ้าของธุรกิจของคุณ จากที่ได้กล่าวไว้ในข้างต้น มีเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมากมายต้องเผชิญกับความเสี่ยง ในตอนแรกเริ่ม และพวกเขาได้เรียนรู้จากความผิดพลาดที่เกิดจากตัวพวกเขาเอง

คุณลองมองให้ชัดเจนถึงสิ่งที่เป็นแรงจูงใจของคุณ และความ เชื่อที่มีในตัวคุณเอง มันจะช่วยให้คุณเตรียมพร้อมรับความท้าทายที่ จะมาถึงด้วยตัวคุณเองกับธุรกิจที่คุณเป็นเจ้าของเอง บางที่องค์ ประกอบสามสิ่งที่สำคัญบนเส้นทางแห่งความสำเร็จนั่นคือ ความ สามารถในการยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ความเต็มใจ พร้อมจะรับกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด ความก้าวหน้าทาง เทคโนโลยี และสุดท้ายความสามารถที่จะเชื่อใจตัวเอง ถ้ามีทั้งสาม สิ่งนี้แล้ว นั่นแสดงว่าคุณได้เดินทางไปกว่าครึ่งของเส้นทางสู่เส้นชัยแล้วล่ะ

ในครั้งแรกที่คุณได้สำรวจและประเมินตัวเอง คุณอาจต้อง ทบทวนขั้นตอนทั้งหมดอีกครั้ง เพื่อดูว่าคุณอยู่ที่จุดใดแล้วในเวลานี้ ด้วยการประเมินค่าและทำความเข้าใจว่าเพราะอะไรบ้างที่ทำให้คุณ ประสบความสำเร็จ และอะไรบ้างที่ทำให้คุณไม่ประสบความสำเร็จ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา แล้ว ณ วันนี้ คุณสามารถใช้ความรู้ความ สามารถของคุณทั้งหมดที่มีอยู่ได้ดีมากกว่าอดีตไหม

คําถามที่จะได้เห็นเหล่านี้อาจจะช่วยคุณได้ จําไว้ว่ายิ่งคุณ ซื่อสัตย์ต่อตัวเองเท่าไร คุณก็จะได้รับคําตอบที่ดีที่สุดสําหรับคําถาม ในแต่ละข้อ และนั่นจะเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ที่สุดที่คุณจะได้รับ

  • อะไรที่คุณรู้สึก นั่นเป็นความคิดหลักที่มั่นคงที่สุดของคุณ
  • อะไรที่คุณรู้สึก นั่นเป็นจุดอ่อนที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดของคุณ
  • อะไรที่เป็นความสามารถพิเศษที่คุณมีอยู่ และในสถานการณ์ ใดที่คุณเคยใช้มันแก้ปัญหาได้สําเร็จมาแล้ว
  • คุณกําหนดแนวความคิดเฉพาะตัวอย่างไร ในการมีงานทํา หรือการเป็นลูกจ้าง

ตอนนี้ทุกสิ่งได้เริ่มจุดประกายขึ้นแล้ว หรือไม่คุณก็กําลังจะ เริ่มมีข้อสงสัยหลายอย่างเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแบบใดก็ขอให้คุณจงฟัง และรับรู้ถึงความรู้สึกของตัวเอง และมีความเชื่อถือในตัวเอง สุดท้าย สิ่งเหล่านี้จะเป็นเครื่องมือสําหรับคุณ เพื่อนําไปใช้ในกระบวนการ ประเมินตัวเอง ไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไป

Now everything has started to spark. Or whether you are going to There have been many doubts. No matter what kind it is, ask you to listen. And recognize their own feelings And have trust in yourself. Finally, these will be tools for you. To be used in the process Evaluate yourself Not too much and not too little


ขอบคุณรูปภาพ : Google

แนะนำติชมได้ที่ : chuyenhot.com